โปรโมทเว็บไซต์ F4f5.com

29Nov/11Off

Lady Gaga

genting crown สำหรับเส้นทางสายบันเทิงของ Lady Gaga นั้น เรียกได้ว่าฝ่าฟันอุปสรรคมาพอสมควร โดยตอน Lady Gaga อายุ 19 ปี เธอได้มีโอกาสเซ็นสัญญาเป็นนักร้องกับค่ายเดฟ แจม ต่อมากลับถูกยกเลิกสัญญากลางคัน แต่เพราะความสามารถที่มีไปเข้าตา Akon นักร้อง นักแต่งเพลง โปรดิวเซอร์ชื่อดัง จับเธอมาเข้าสังกัด อินเตอร์สโคปเรคอร์ดส (ต้นสังกัดปัจจุบัน) ตอนอายุ 20 ปี โดยให้เธอทำงานในฐานะนักแต่งเพลงให้กับค่าย โดยเขียนเพลงให้กับศิลปินอย่าง Pussycat Dolls ก่อนที่มองเห็นถึงศักยภาพในด้านการร้องเพลงของเธอ และคิดว่าเธอมีรัศมีและความสามารถเพียงพอที่จะมีผลงานเพลงเป็นของตัวเองได้ พร้อมทั้งเปลี่ยนมาใช้ชื่อ Lady gaga ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาเพลง "Radio Ga-Ga" ของ ควีน ซึ่งร็อบ ฟูซารี หนึ่งในทีมโปรดิวเซอร์ เป็นคนตั้งให้เธอต่อมา Lady Gaga เริ่มทำอัลบั้มแรกในปี 2008 (พ.ศ.2551) มีชื่อว่า The Fame ร่วมกับโปรดิวเซอร์ เรดวัน โดยอัลบั้มวางแผงในเดือนสิงหาคม ปี ค.ศ.2008 (พ.ศ.2551) ที่มีซิงเกิลฮิตอย่าง "Just Dance" และ "Poker Face" ซึ่งทั้งสองซิงเกิลสามารถขึ้นไปถึงอันดับหนึ่งใน Billboard Chart ทำสถิติเป็นศิลปินคนแรกในรอบเกือบ 10 ปี ที่ซิงเกิล 2 ซิงเกิลแรกขึ้นไปถึงอันดับหนึ่งในชาร์ต นอกจากนี้ "Just Dance" ยังถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลแกรมมี สาขาเพลงแดนซ์ยอดเยี่ยมอีกด้วย ... เรียกได้ว่าไม่ธรรมดาทีเดียวฉันไม่รู้สึกว่าฉันเหมือนกับนักร้องป๊อปหน้าใสแสนเพอร์เฟคแบบคนอื่น ๆ นะ ฉันคิดว่าฉันเปลี่ยนความคิดของผู้คนเรื่องความเซ็กซี่น่ะ สปีดี้ ก็สำคัญมากกับฉันนะ แต่ดนตรีของฉันไม่มีวันที่จะตื่นมาในตอนเช้าและพูดว่า มันไม่รักฉันอีกแล้ว ฉันรู้สึกพอใจมากกับความสันโดษของฉัน ฉันโอเคนะกับการต้องอยู่คนเดียว แต่ฉันก็เลือกที่จะมีใครบางคนในชีวิตในเวลาที่ฉันทำได้นะ ฉันไม่แคร์หรอกว่าคนอื่นจะคิดยังไงกับฉัน แต่หากพ่อเกลียดสิ่งที่ฉันทำในตอนนี้ล่ะก็ ฉันคงใจสลาย แต่อีกประมาณ 8-10 ปีข้างหน้า ฉันอยากจะมีลูกน้อยให้พ่อได้อุ้มเล่นบ้าง ฉันอยากให้พ่อได้เชยชมหลาน ๆ บ้าง และฉันก็อยากจะมีสามีซึ่งรัก และคอยให้การสนับสนุนฉันเป็นอย่างดี เหมือนที่คนทั่วไปเค้าทำกัน ตอนนี้ฉันไม่มีทางทิ้งอาชีพเพื่อผู้ชายคนเดียวหรอก ฉันไม่เคยตามก้นผู้ชายไปไหนต่อไหนหรอก'' Lady Gaga กล่าวทิ้งท้ายชั้นรักดนตรีร็อค ป็อปและละครเวทีมาตลอด ตอนที่ชั้นค้นพบวงควีน กับเดวิด โบวีมันทำให้ชั้นรู้ว่าชั้นสามารถทำทั้งสามอย่างนั้นได้” สาวกาก้า ได้ชื่อของเธอมาจากเพลง “Radio Gaga” ของวงควีน พร้อมกับชื่นชม Peggy Bundy(ดาราและภรรยานักดนตรีร็อค) และ Donatella Versace ให้เป็นแฟชั่นไอคอนของเธอ “ชั้นชื่นชมคนเหล่านั้นในแง่ของการทำงานศิลปะไม่ใช้เพียงแค่งานดนตรี มันคือเรื่องของการแสดงออก ทัศนคติ ภาพลักษณ์ มันคือทุกสิ่งทุกอย่าง และนั้นคือสิ่งที่ชั้นเป็นในฐานะของศิลปิน และต้องการทำให้สำเร็จดูแล้วอาจเหมือนจุดมุ่งหมายของเธอนั้นสูงเหลือเกิน แต่ลองพิจารณาดูดีๆ ในฐานะของศิลปิน กาก้าคือเด็กสาวที่เมื่อตอนอายุ 4 ขวบเธอหัดเล่นเปียโนด้วยการฟัง อายุ 13 เธอแต่งเพลงเปียโนบันลาดเพลงแรก พอ 14 เธอก็โชว์เดี่ยวไมโครโฟนตามไนต์คลับในเมืองนิวยอร์กอย่าง Bitter End ในตอนกลางคืน ส่วนกลางวันเธอกับโดนพวกเพื่อนร่วมห้องที่โรงเรียนของพวกคุณหนู่ล้อเลียนสไตล์ที่โดดเด่นไม่เหมือนใครของเธอ อายุ 17 เธอก็กลายเป็นหนึ่งในเด็ก 20 คนในโลกที่ได้ตอบรับเข้าเรียนก่อนเกณฑ์ที่ Tisch School of the Arts at NYU กาก้าได้เซนต์สัญญาตอนวันเกิดอายุ 20 ปี เขียนเพลงให้ศิลปินหลายรายก่อนจะออกอัลบั้มของตนเอง (อาทิ Pussycat Dolls และอีกมากมายในสังกัด Interscope) แบบนี้คงพูดได้ว่าเลดี้ กาก้า คงไปถึงจุดมุ่งหมายอันแสนไกลของเธอได้ไม่ยากเลยเป้าหมายของชั้นในฐานะศิลปินคือส่งต่อผลงานเพลงออกสู่โลกในแบบที่น่าสนใจสุดๆ” สำหรับ The Fame กาก้าเขียนทั้งเนื้อเพลง ทำนอง และเล่นซินธีไซเซอร์ส่วนใหญ่ในอัลบั้มนี้เอง “ชั้นอยากจะใช้เพลงป็อปหลอกล่อผู้คนให้ติดกับอะไรที่แสนจะเท่แบบนี้”สำหรับอัลบั้ม The Fame กาก้าได้เลือกทำงานแดนซ์ป็อปสองแบบ อันนึงแบบอิเลคโทรป็อป และอีกอันเป็นร็อคผสมดิสโก้ แล้วนำมาเขย่ารวมกันลงไปในแก้วมาร์ตินี่ให้ทุกคนบนโลกได้ดื่มด่ำ Fame (ชื่อเสียง) ของเธอ กาก้าอธิบายว่า “The Fame เป็นเรื่องของการได้ลิ้มรสชื่อเสียง วัฒนธรรมป็อปเป็นศิลปะ มันไม่เท่เลยนะถ้าคุณรังเกียจมัน ชั้นเลยใส่มันไว้เต็มไปหมดให้ทุกคนได้สัมผัสในThe Fame มันแบ่งปันกันได้ ชั้นอยากเชิญชวนทุกคนมาปาร์ตีย์ มาร่วมเป็นส่วนนึงของไลฟสไตล์แบบนี้Beautiful Dirty Rich” กาก้าบอกว่า มันคือการสรุปรวมช่วงเวลาของการค้นพบตัวเอง การใช้ชีวิตในย่านโลเวอร์ อิส ไซด์ และรอยด่างของการเล่นยาในปาร์ตีย์ “เพลงนี้คือตัวชั้นเองที่พยายามจะทำความเข้าใจช่วงเวลานั้น เมื่อชั้นเข้าถึงความเป็นศิลปินของตนเอง ชั้นก็ตกหลุมรักมันมากกว่าชีวิตปาร์ตีย์ที่ผ่านมา” ฟังครั้งแรกเพลง “Paparazzi” อาจจะเหมือนเพลงรักสำหรับกล้องถ่ายรูป กาก้าเล่าขำๆ “ในจุดหนึ่งมันเกี่ยวกับการเชื้อเชิญพวกปาปารัซซี่และความต้องการชื่อเสียง แต่มันก็ไม่ได้จริงจังขนาดนั้น มันเกี่ยวกับการที่คุณต้องการให้ใครมารักคุณ และติดอยู่กับสถานการณ์ที่ว่าคุณจะเลือกชื่อเสียงหรือรักหรือทั้งสองอย่าง”เลดี้ กาก้าได้โชว์ความสามารถในการแต่งเพลงรักไว้ในเพลงเบาๆ ซึ่งได้อิทธิพลมาจากวงควีน “Brown Eyes” เธอบอกว่าเพลงนี้เป็นเพลงที่เปราะบางที่สุดในอัลบั้ม ส่วนเพลงบอกเลิกกันอย่าง “Eh, Eh (Nothing Else I Can Say) เธอบอกว่ามันก็เป็นเพลงป็อปง่ายๆ ว่าด้วยเรื่องของการเจอคนใหม่แล้วก็บอกเลิกกับคนเก่าgenting crown
genting crown

25Nov/11Off

ย้อนรอย ภาพยนตร์เรื่อง Transformers

genting crown เป็นเวลานานหลายศตวรรษแล้ว ที่สองสายพันธุ์มนุษย์ต่างดาวจักรกลอย่าง ออโต้บ็อทส์ (Autobots)และ ดีเซปทิคอนส์ (Decepticons)ก่อศึกสงครามกัน โดยมีชะตากรรมของจักรวาลเป็นเดิมพัน เมื่อสงครามนี้ได้มาเยือนโลก บุคคลที่ยืนขวางทางอยู่ระหว่างพวกดีเซปติคอนส์ที่ชั่วร้ายและพลังมหาศาล ก็คือเงื่อนงำที่อยู่ในมือของหนุ่มน้อยชื่อ แซม วิทวิคกี้ เด็กวัยรุ่นธรรมดาๆ คนนึงที่ต้องเผชิญหน้ากับปัญหารายวัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องโรงเรียน เพื่อน รถ และสาวๆโดยเขาไม่รู้ตัวเลยว่าเขาคือโอกาสเอาชีวิตรอดโอกาสสุดท้ายของมนุษย์ แซมและ มิเกเอลล่า เพื่อนสาวที่ฮ็อตสุดยอดและยอดสุดในโรงเรียนของเขา ได้พบว่าพวกเขาได้ติดอยู่กลางสงคราม ระหว่างออโต้บ็อทส์และดีเซปทิคอนส์ ขณะที่โลกอยู่ในภาวะความเป็นความตาย แซมได้สำนึกถึงความหมายที่แท้จริงเบื้องหลังคำขวัญของตระกูลวิทวิคกี้ที่ว่า "ไม่เสียสละ ก็ไม่ได้ชัยชนะ"...เช้าวันรุ่งขึ้น แซมตื่นขึ้นมาเพราะเสียงล้อดังเสียดกับพื้น เขานึกว่ามีคนขโมยรถของเขา และระหว่างตามล่า
หัวขโมยคนนั้น แซมไล่ตามรถคาเมโร่เพียงเพื่อจะพบว่า เขาแทบเป็นลมเมื่อเจอกับรถตำรวจ ที่กลายร่างไปเป็นหุ่นยนต์ขนาด 20 ฟุต เจ้าหุ่นยนต์มันซักถามแซมอะไรบางอย่างเกี่ยวกับตัวเขาในเว็บอีเบย์ อย่างพาสเวิร์ด ยูสเซอร์เนม แต่ก่อนที่เขาจะทันได้ทำความเข้าใจกับเหตุการณ์ที่เขาเจอ มิเกเอลล่าก็ปรากฏตัวขึ้น เมื่อทั้งสองคนวิ่งหนีผู้โจมตีลึกลับ รถคาเมโร่ของแซมก็โผล่ออกมาช่วยเหลือ และก่อนที่ฝุ่นควันที่ตลบไปทั่วจะจางหายไป เจ้ารคาเมโร่ของพวกเขา ได้กลายร่างเป็นหุ่นยนต์ยักษ์อีกตัว ต่อหน้าต่อตาพวกเขาร่วมมือกันวางแผนการโจมตี เพื่อช่วยโลกให้พ้นจากพวกทรานส์ฟอร์มเมอร์ที่กำลังสู้รบกัน แต่เมื่อแซมและมิเกเอลล่ารู้ถึงแผนการของรัฐบาล ที่ต้องการจะทำลายพวกออโต้บ็อทส์ เพื่อนใหม่ของพวกเขา พร้อมกับพวกดีเซปทิคอนส์ พวกเขาต้องรีบวางแผนของพวกเขาเอง เพื่อช่วยมนุษย์ทุกคนที่อยู่บนโลกนี้ ในตอนนี้...ส่วนภาคต่อมานั้น สองสายพันธุ์มนุษย์ต่างดาวจักรกลอย่าง ออโตบอตส์ (Autobots) และ ดีเซปติคอนส์ (Decepticons) ได้ทำศึกสงครามานานหลายศตวรรษ และเมื่อสงครามนี้มาถึงโลก แซม วิทวิคกี้ (ไชอา ลาบัฟ) เด็กวัยรุ่นธรรมดาๆ คนหนึ่ง ซึ่งได้รถเชฟโรเลต คาเมโร่ (Chevrolet Camaro) ปี 1976 ที่พ่อของเขาตกลงซื้อให้ ที่ดูเหมือนจะมีความคิดเป็นของตัวมันเองให้กับเขา แต่เมื่อสาวที่ฮ็อตที่สุดในโรงเรียนอย่าง มิเคลล่า (มีแกน ฟ็อกซ์) ต้องการคนขับรถไปส่งเธอที่บ้าน แซมไม่อาจบอกปัดได้ และเจ้ารถคาเมโร่คันดังกล่าว ได้พาเขาทั้งสองคนเดินทางไปด้วยกัน รถคาเมโร่ของพวกเขา ได้กลายร่างเป็นหุ่นยนต์ยักษ์อีกตัว ต่อหน้าต่อตาพวกเขา แซมและมิเคลล่า ที่ได้รับความช่วยเหลือจากหุ่นยนต์ยักษ์สีเหลือง จากนั้นไม่นานรถอีกหลายคันก็มารวมกลุ่มกับพวกเขา และค่อยแปลงเป็นหุ่นยนต์ยักษ์ และได้อธิบายกับพวกเขาว่า พวกเขาคือออโต้บ็อทส์จากดาวเคราะห์ไซเบอร์ทรอน ที่ออกมาปฏิบัติภารกิจค้นหา “ออลสปาร์ค” ซึ่งเป็นแหล่งพลังชีวิตของพวกเขา ก่อนที่พวกดีเซ็ปติคอนส์ จะหามันเจอก่อน หลังจากนั้นพวกเขาโดนเจ้าหน้าที่สวมเครื่องแบบ (จอห์น เทอร์เทอร์โร่) จับตัวเอาไว้ และพาตัวไปยังฐานบัญชาการลับอุปสรรคของภาพยนตร์ในขั้นตอนการผลิต คือการประท้วงของกลุ่มนักเขียนบทในสหรัฐอเมริการะหว่างปี 2007-2008 เช่นเดียวกับการประท้วงของของสมาคมผู้กำกับแห่งอเมริกาและสมาคมนักเขียนบท เบย์เสร็จสิ้นภาคผลิตทันเวลาจากความช่วยเหลือในการทำภาพร่างหนัง และเขียนบทโดย โรเบอร์โต ออร์ซิ, อเลกซ์ เคิร์สซแมน และเอห์เรน ครูเกอร์ ภาพยนตร์ถ่ายทำระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงพฤศจิกายน 2008genting crown
genting crown